So's profile:: So~CoNfUzE's Space ::PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
April 22 MELBOURNE~~~~~~~~*16/04/07
ย่ำเท้าลงจากเครื่อง เข้าด่านตรวจคนเข้าเมือง แล้วไปแบกกระเป๋าหนักๆฉองใบ ซึ่งรวมกันแล้วได้สี่สิบก่ากิโล (จริงๆเค้าอนุญาติให้แค่ 30 กิโล แต่โชคดีที่มีญาติทำงานอยู่การบินไทย โฮะๆ) คว้ารถเข็นมาบรรทุกกระเป๋าแล้วต้องเปิดกระเป๋าให้เจ้าหน้าที่ตรวจ เพราะเอาของกินกะมีดคัตเตอร์มา -_-" ตรวจของเสร็จเรียบร้อยก็ออกไปตรง Meeting Point เจอกับคนมารับจากทางมหาวิทยาลัยพอดี ขึ้นบนรถปุ๊บเจอคนไทยคนนุง คุยไปคุยมาเลยรู้ว่าเรียนคอร์สเดียวกัน ชื่อหมวยเล็ก เฮ้ออออออออ อุ่นใจขึ้นมาหน่อย
มาถึงบ้านของ Host Family ประมาณบ่ายสามก่าๆของที่นี่ (เมืองไทยจะช้ากว่าที่นี่สามชั่วโมง) คุยทักทายเจ้าของบ้านและเพื่อนที่อยู่ที่นี่เสร็จ (มีคนไทยคนนึงด้วย ชื่อปาย) ก็ขึ้นไปอาบน้ำแล้วก็เอาของออกจากกระเป๋า อากาศหนาวมาก แต่ก็ชอบนะ ดีกว่าร้อนอ่ะ
ถึงเวลาอาหารเย็น วันนี้เจ้าของบ้านทำพะแนงให้กินด้วย รสชาติไม่ค่อยเหมือนของไทยเลยแฮะ แต่ก็โอเคอ่ะ คือเค้าซื้อผงสำเร็จรูปมาทำ และจากการที่ได้คุยๆกัน บ้านนี้น่าอยู่ทีเดียว ของกินในตู้เย็นหยิบกินได้หมด ที่สำคัญ ใช้อินเตอร์เนตได้ไม่จำกัด ฮิ้ววววววววววววววววววววว!!!
17/04/07
มะคืนนอนไม่ค่อยหลับ สงสัยแปลกที่มั้ง วันนี้นัดปายไว้ว่าจะไปเจอกันที่มหาลัย (เราเรียนที่ Monash) ก็นัดกันไว้ช่วงบ่าย โดยมีลี นักเรียนจีนอีกคนนึงในบ้านที่เราอยู่เป็นคนพาไป เมื่อคืนปายบอกว่าจะพาไปตลาดเอเชียแว Springvale อยากลองไปดูเลยตกลงกันเอาไว้ พอไปถึงตลาดก็เดินดูนู่นดูนี่ไปเรื่อย คนจีนเยอะมาก แล้วของก็แพงมากกกกกกก เราเองอยากกินกล้วยน้ำว้าเพราะกลัวท้องผูก ก็เลยซื้อกล้วยน้ำว้ามาหวีนึง คิดเป็นเงินไทยแล้วตกราว 150 บาท!!! แต่ก็ซื้อมา พยายามบอกตัวเองในใจว่า มันหวีใหญ่กว่าที่เมืองไทยนะเนี่ย!!! ที่นั่นนะ มีแป้งเด็กแคร์ขายด้วย มีของใช้จากไทยเยอะมาก แต่ก็แพงมากเหมือนกัน เห็นแล้วคิดถึงประเทศไทยจริงๆ
กลับจาก Springvale ปายก็พาไปเดินตลาด Clayton ที่นี่ก็มีคนจีนมาขายของเยอะอีกเหมือนกัน เราก็ไปเดินดูพวกเสื้อหนาว ราคาแพงกว่าบ้านเรานิดหน่อย แล้วก็พวกอาหาร พวกเนื้อหมูอะไรแบบนี้แพงมาก นี่ถ้าออกไปอยู่เองนี่จะได้กินมะเนี่ย *_*
18/04/07
วันนี้นัดหมวยเล็กเอาไว้ที่ Monash เพราะอยากลองไปมหาลัยเองคนเดียว นัดกันไว้ประมาณเที่ยงครึ่ง เจอกันปุ๊บก็ไปเดินสำรวจมหาลัยกัน แล้วก็กินข้าว เราซื้อ burger ปลามากิน ชิ้นใหญ่มากกกกกกก กินไม่หมดอีกตะหาก ชิ้นนึงตั้งเกือบ $5 เสียดายมากๆ แต่ก็ทำไงได้ มันเหลือแต่ขนมปังแล้วนี่ (กินปลากหมดนั่นเอง) 55+
จัดการอาหารเรียบร้อยแล้ว หมวยเล็กชวนไปตลาด Clayton ซึ่งเราเคยไปกะปายแล้วมะวาน หมวยเล็กไปเดินดูโทรศัพท์ แต่ก็ยังไม่ตัดสินใจซื้อ เพราะโทรศัพท์ที่นี่ถ้าไม่ใช้โปรโมชันของเค้าก็นับว่าราคาแพงเหมือนกัน
19/04/07
ตื่นตั้งแต่หกโมงครึ่ง อาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันแล้วลงไปรอปายข้างล่าง ลงไปเห็น Glenice (เจ้าของบ้านผู้หญิง) เก็บครัวอยู่ พอเค้าเห็นเราเค้าก็ถามว่าจะกินอะไรรึป่าว เดี๋ยวทำให้กิน เราก็บอกว่าแค่ขนมปังกับแยมก็โอเคแล้ว แล้วเค้าก็หยิบขนมปังให้เราสามแผ่น เราบอกว่าสองแผ่นก็พอแว้วววว จะใจดีไปไหนเนี่ย แถมปิ้งให้อีกตะหาก อยู่ที่นี่ค่อนข้างอุ่นใจเพราะเจ้าของบ้านใจดี
พอปายออกมาจากห้อง ปายก็กินหนมปังอะไรเสร็จ ก็เตรียมตัวจะออกไปเรียน แล้วแบบว่า Glenice ขับรถไปส่งที่ป้ายรถเมล์อ่ะ ใจดีเนาะ
ไปถึงมีคนจีนมาทักเรา คือคิดว่าเราเป็นคนจีน พูดภาษาจีนใหญ่เลย เราก็แบบ เอ่อ นู๋ไม่ใช่คนจีนนะคร้า~~~~~~~~~~~ คนนี้ชื่อ Kit เค้าแต่งงานแล้ว เอาสามีมาอยู่ที่นี่ด้วยกัน น่าอิจฉาชะมัด
ถ่ายรูปติดบัตรเสร็จเจอคนจีนอีกคนนึง คนนี้พูดภาษาปะกิตเก่งมาก ไม่มีสำเนียงจีนสักนิด ถามไปถามมาเลยรู้ว่าพ่อแม่เคยอยู่เมกา แล้วเค้าเองก็พูดภาษาปะกิตที่บ้านอยู่บ่อยๆ คนนี้ชื่อ Hongjay ไม่อยากจะบอกเลยว่า เห็นแล้วคิดถึงมด (บลาๆ) ตะหงิดๆ ไม่รู้เพราะหน้าตาหรือบุคลิก ไว้วันไหนจะถ่ายรูปมาให้ดูนะ
อ้อ วันนี้เป็นวันเกิดของ Glenice ด้วย เรา ปาย และก็ลีเลยทำอาหารให้ที่บ้านนี้กินกัน (ลืมบอกไปว่าบ้านนี้ ยกเว้นนักเรียนสามคน ตอนนี้อยู่กันสามคนคือ Joe, Glenice แล้วก็ Paul ลูกชายของ Glenice) เรากะปายทำไข่เจียวไก่สับกับกระเพราไก่สับ ลีทำผัดผักกับไก่แล้วก็ปีกไก่ในซอสถั่วเหลือง อร่อยมาก ตบท้ายด้วยเค้กที่พอลทำให้แม่เค้า เป็นชอคโกแลตเชอรี่เค้ก อร่อยดี
20/04/07
วันนี้ไม่ได้ออกจากบ้าน ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเป็นพิเศษ ยกเว้นแต่มีเด็กผู้หญิงคนจีนมาดูบ้าน เค้าอาจจะย้ายมาอยู่นี่ (อยู่ที่ออสมาแล้วสามปีแน่ะ) เค้าขับรถมาเองด้วย
21/04/07
วันนี้เป็นวันที่แย่ที่สุดตั้งแต่เรามาอยู่ที่นี่ ทั้งๆที่เป็นวันเสาร์ เราอยากไปดูมหาลัยอีกแคมปัสนึง แต่มันอยู่คนละโซน แต่เสาร์อาทิตย์ตั๋วมันข้ามโซนได้ ก็เลย เอาวะ ไปลุยคนเดียวแล้วกัน น่าสนุกดี พอไปถึงสถานีรไฟที่ Clayton ปรากฏว่าวันนี้ไม่มีรถไฟออกจากที่นี่ ต้องนั่งรถไปที่สถานี Oakleigh ก่อนจึงจะขึ้นรถไฟได้ ก็ไป พอถึง Caulfield ปุ๊บ เห็นมหาลัยอยู่ตรงหน้า ดีใจมาก เดินๆไปสำรวจนั่นนี่ไป เราชอบที่นี่มากกว่า Clayton นะ มันดูแบบว่าไฮโซดี จบการสำรวจ (อย่างลวกๆ) เดินออกมาจะไปสำรวจบ้านที่จะมาอยู่ปั๊บบบบบบ ฝนตกครับพี่น้องงง แล้วแบบคิดดู อากาศหนาวๆแล้วฝนตกด้วย แย่กว่านี้ไม่มีอีกแล้ว แต่โชคดีที่เอาร่มไป ก็กางร่มเรียบร้อย เดินไปเรื่อยๆ สังเกตว่าไม่มีใครกางร่มกันเลย เดินก็ไม่เร่งรีบ แบบอารมณ์ว่าเหมือนฝนไม่ได้ตก พอเดินผ่านสวน บางคนยังวิ่งสบายใจอยู่เลย แบบว่าวิ่งออกกำลังง่ะ ความอายเริ่มเข้ามาในจิตใจเรา เห็นคนที่นี่ไม่กางร่ม เอาวะ เก็บร่มซะงั้น เดินตากฝน อู๊ยยยยยย กลมกลืนๆ เดินไปดูไปว่ามี่บ้านไหนให้เช่ามั่ง ชิลลลลลลลลลลลลลลลล
พอฝนหยุดตก นั่งรถรางไปขึ้นรถไฟที่สถานี Caulfield ปรากฏว่ารถไฟที่จะไป Oakleigh ไม่มีอีก อะไรของมันวะเนี่ย สุดท้ายเลยต้องขึ้นรถเลมาต่อรถที่ Clayton แคมปัสซะงั้น ตอนอยู่บนรถหลับเป็นตายเลย เหนื่อยด้วย เพลียด้วย แถมจามฮัดชิ้วๆอีก ไม่ต้องสงสัยเลย กลับมาถึงบ้านรู้ตัวเลยว่าไข้ขึ้นแน่ๆ พออาบน้ำกินข้าวเสร็จก็เลยกินยาแล้วนอนแต่หัววันเลย เฮ้อออออออ ... ผ่านไปอีกวัน
September 06 ประเทศไทย!!!กาลอุบัติเกิดมาคราสร้างโลก เป็นเพียงโจ๊กเล่าขานตำนานนั่น ว่าพระเจ้าท่านสร้างวางคู่กัน ให้ดีเลวเหล่านั้นปนกันไป ถุงหนึ่งใส่แต่สิ่งดีที่สดสวย ความร่ำรวยความเจริญความสดใส ส่วนอีกถุงใส่ความชั่วสิ่งจัญไร แบกเหาะไปสร้างโลกาตามน่าเป็น ความร่มเย็นธรรมชาติท่านวางไว้ คู่โรคภัยความลำบากความยากเข็ญ ในดินแดนแสนอดอยากยากลำเค็ญ จึงเห็นเป็นกาฬทวีปเท่าทุกวัน บ่อน้ำมันท่านก็ไว้ในอาหรับ ให้คู่กับทะเลทรายร้ายจริงท่าน ให้น้ำจืดมีค่ากว่าน้ำมัน ช่างเสกสรรลงตัวแท้แน่กว่าใคร ท่านสร้างให้อเมริกามหาอำนาจ เจริญชาติรุ่งเรืองและยิ่งใหญ่ แต่ก็กลัวกริ่งเกรงกังวลใจ บันดาลไซร้ให้มีแต่ศัตรู ท่านเทพดูก็รู้ว่าญี่ปุ่น พวกพี่ยุ่นฉลาดล้ำจึงรั้งอยู่ ภูเขาไฟแผ่นดินไหวให้พรั่งพรู จึงลงอยู่ดินแดนอาทิตย์อุทัย เหาะเหิรไปให้เหนื่อยล้าเรี่ยวแรงถอย จึงพลั้งปล่อยถุงสิ่งดีที่แบกใส่ ลอยละลิ่วสู่หล้าสุธาลัย รีบเหาะไปตามดูให้รู้กัน เมืองในฝันของดีมีดื่นดาษ ธรรมชาติหาดทรายคล้ายสวรรค์ ความอุดมสมบูรณ์ก็ครบครัน ทั้งความสุขหฤหรรษ์บรรดามี ทำไงดีเห็นทีไม่ได้แน่ ต้องหาสิ่งคอยแก้คอยรั้งอยู่ ถุงที่ใส่ไว้สิ่งร้ายหมายเปิดดู แทบหดหู่ไม่เหลือไว้ให้สิ่งใด ภูเขาไฟแผ่นดินไหวก็หมดสิ้น หรือแผ่นดินถิ่นนี้จักเจริญใหญ่ ทั้งหิมะลมพายุและโรคภัย ล้วนหมดไปไม่เหลือเพื่อให้วาง หยิบบางอย่างวางไว้แล้วไปลิบ เสียงซุบซิบกล่าวขวัญจำนรรอ้าง ว่าเทวาหยิบสิ่งใดออกไปวาง เพื่อขัดขวางวางไว้ในสิ่งใด สิ้นสงสัยในถิ่นดินแดนนี้ แผ่นดินที่สวยงามกว่าที่ไหน ความอุดมสมบูรณ์มากกว่าใคร ท่านวางให้คนไทยเข้าไปครอง ชาติอื่นต้องพังเพราะภัยธรรมชาติ สุดอนาถชาติไทยให้หม่นหมอง ที่ต้องพังเพราะเหตุใดให้ตรึกตรอง หรือขวานทองจะสิ้นชื่อด้วยมือ...คน May 07 My Birthday is Coming!!!ไม่ได้อัพสเปซนานมากกกกกกกกกกกกกก ได้ฤกษ์อัพอีกทีก็ใกล้จะวันเกิดตัวเองซะแล้ว
ที่หายๆไปก็ไม่ได้ไปไหนหรอก หลังจากได้ไปพักผ่อนโดยไม่ได้แตะคอมเลยอาทิตย์นึงก็ทำให้ความขี้เกียจมันเกาะอยู่ตามตัว พอจะอัพก็ขี้เกียจซะงั้น ...
ช่วงนี้วุ่นๆกับการหางานทำ รู้สึกว่าทำไมมันยากอย่างนี้(ฟระ!!!) มีคนบอกว่าเราเลือกงาน ... ก็อาจจะจริงเนาะ ประสบการณ์ก็ไม่มีกระแดะจะเรื่องมากอีก แย่ แย่
ช่วงหลังๆมานี่ได้กลับไปสนิทกับเพื่อนเก่าที่คบกันมา 11 ปีอีกครั้ง เจอกันเมื่อไหร่ก็มีแต่ความรู้สึกดีๆเหมือนเดิมทุกที แต่ก็คิดถึงเพื่อนกลุ่มใหม่ๆมากๆเหมือนกัน ปุ๊ จา แอน ก้อย พลอย มด แอ้น และอีกมากมาย ช่วงนี้ไม่ค่อยได้คุยกันเลย ...
เมื่อวานไปหาป้าเมย์มา เห็นหน้าแล้วตกใจ ... เฮ้ย!!! พี่เมย์ไปทำไรมาทำไมโทรมจัง ... จริงๆแล้วไม่มีไรหรอก พี่เมย์แกเพิ่งตื่น เดินลงมาหัวฟู งัวเงียๆลงมาเลย 55+
ใกล้จะวันเกิดเราแล้ว เอ่อ ... จะแก่ขึ้นอีกปีแล้วหรอเนี่ย ... จะ 23 แล้ว ... ไวจัง
ไม่ได้จะทวงของขวัญหรอกนะเพื่อนๆ แต่คือเราเกิดวันที่ 20 พฤษภา อย่าลืมนะ วันเสาร์ที่ 20 พฤษภา จำไว้ๆ (โฮะๆ)
สำหรับของขวัญที่ได้มาก่อนแล้ว ขอบคุณคนให้มากๆ คือเราชอบมาก ตื่นเต้นเป็นที่สุด ยังเห่อไม่หายเลยจนวันนี้ จะ(พยายาม)รักษาไม่ให้มันพังละกันนะ หรือถ้ามันพังเมื่อไหร่สัญญาจะเก็บซากเอาไว้เป็นอย่างดีเลย ... (พูดอย่างนี้คนให้มันจะรู้สึกดีขึ้นมะฟระเนี่ย!!!)
ไม่รู้จะแพล่มอะไรดีแล้ว เอาเป็นว่าขอลงท้ายด้วยคำขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงเรานะ ตอนนี้เราได้ผ่านช่วงนั้นมาแล้ว ตอนนี้เราโอเคแล้ว ขอบคุณผึ้ง ขอบคุณน้องพิณ และเพื่อนๆที่เข้ามาเม้นท์และให้กำลังใจเรา แม้จะไม่เคยเห็นหน้ากันแต่ก็ยังเป็นห่วงกัน (เอ๊ะ! หรือจะมาสมน้ำหน้า ... ล้อเล่นก๊าบ)
ปล. คิดถึง BlaX3LV และเพื่อนๆที่เอแบค ... ว่างตรงกันเมื่อไหร่นัด meeting กันนะ >_< April 05 เหนื่อยใจ.:: เมื่อความรักไม่สามารถมี 3 คนได้ ก็ต้องมีคนนึงที่ต้องไป ::.
เธอ ... เราอยากถามเธอว่าเธอเคยคิดบ้างมั้ยว่าเรารู้สึกยังไงกับสิ่งที่เธอทำ?
รู้บ้างมั้ยว่าเรารู้สึกเหมือนตัวเองโง่แค่ไหนที่ทุกครั้งที่เราคิดถึงเธอแต่เธอกลับคิดถึงใครอีกคน ... เพลงที่เราฟังด้วยกัน เราฟังแล้วคิดถึงเธอ แต่เธอกลับไปคิดถึงแต่เค้า เพลงบางเพลงเราให้เธอฟังเพราะความหมายมันตรงกับเรื่องของเราและเธอ แต่เธอกลับไปคิดถึงเค้า ทุกอย่างเกี่ยวกับเค้ามันยังวนเวียนอยู่ในชีวิตเธอ บางครั้งที่เราแกล้งพูดเหมือนเป็นเรื่องเล่นๆแต่รู้มั้ยจริงๆแล้วเราเจ็บ เจ็บจนไม่รู้จะอธิบายเป็นคำพูดได้ยังไง
ใจเราอยากจะบอกเธอว่า กลับไป กลับไปหาเค้า เราเหนื่อยแล้ว เราพอแล้ว แต่เราก็ทำไม่ได้ เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะเรารักเธอไงล่ะ เพราะเราอยากซื้อใจเธอ เราเป็นห่วงเธอ เรากลัวเธอเหงา เราให้เวลาเธอ เรายอมทุกอย่าง ยอมจนไม่เหลือศักดิ์ศรีอะไรแล้ว ยอมเป็นไอ้โง่ให้เธอหลอก ยอมอยู่กับเธอทั้งๆที่เธอเองยังมีเค้าอยู่เต็มหัวใจ
ในวันที่เธอจะเป็นจะตายเพราะเค้าเราเองก็แทบเป็นบ้าเหมือนกัน ไหนเธอบอกว่าเธอกับเค้าไม่มีอะไรกันแล้วแต่เธอกลับทำร้ายตัวเองอย่างนั้น เธอรักเค้ามากถึงขนาดนั้นเลยเหรอ เราอยากถามเธอ ถ้าวันนึงเราทำกับเธอแบบที่เค้าทำมั่งเธอจะทำเหมือนที่เธอทำตอนนั้นรึป่าว แต่เราว่าไม่หรอก ถ้าเราทำแบบนั้นบ้างเธอคงไม่รู้สึกอะไร อาจจะแค่รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าแค่นั้น เรารู้ดีว่าใจเธอคิดอะไร ในเมื่อเราไม่ได้สำคัญอะไรกับเธอเลยแล้วเธอจะเก็บเราไว้ทำไม
พอกันที จากนี้ไปถ้ามีอีกเราไม่ทนแล้ว เธอรู้มั้ยกับสิ่งที่เราได้เจอ กับสิ่งที่เธอทำ มันทำลายความรู้สึกดีๆที่เรามีให้เธอ จากที่เราเคยรักเธอมากๆ อยากทำอะไรให้เธอทุกอย่าง แต่ตอนนี้มันลดลงแล้ว เราไม่กล้าทำอะไรเพื่อเธอแล้ว เพราะเรากลัว เรากลัวว่ามันจะเป็นเหมือนทุกๆครั้งที่ผ่านมาอีก เราไม่อยากเจ็บแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว
แม้กระทั่งตอนนี้ เราเองยังไม่รู้สึกปลอดภัยเลย แม้เธอจะย้ำว่ายังไงเธอก็ไม่กลับไปอีกแล้ว แต่จะให้เราคิดยังไงในเมื่อเค้าคนนั้นยังส่ง message มาหาเธอบ่อยๆ จะให้เราเชื่อเหรอว่าเธอไม่ได้ส่งกลับหรือโทรกลับไปเลย ... ที่เราถามเธอว่าเธอได้ส่งกลับไปมั้ย เรารู้ว่าเธอส่งไป แต่เธอกลับบอกว่าไม่ได้ส่งไป ... เธอโกหกเราอีกแล้ว
หลังจากนี้ไป เราไม่รู้ว่าเธอจะทำยังไงต่อไป เธอจะเลิกติดต่อกับเค้าจริงๆเหมือนที่เธอพูดหรือเธอจะพยายามแอบติดต่อกับเค้าโดยไม่ให้เราจับได้เราก็ไม่รู้ เรารู้เพียงแต่ว่า ความเชื่อใจที่เราเคยมีให้เธอเต็มร้อย ในวันนี้มันไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว ตอนนี้มันเหลือถึงครึ่งรึป่าวเราเองยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ถ้าเธอยังตัดเค้าไม่ขาด เราไปเอง เรากล้าพูดแบบนี้เพราะนี่คือลมหายใจเฮือกสุดท้ายที่เราจะมีให้กับเธอแล้ว ตอนนี้เราทำใจแล้ว ถ้าเราจับได้อีกครั้งนึงเราพร้อมที่จะไป เราบอกไว้ตรงนี้ เราไม่ได้ขู่ แต่เราอึดอัด เราอยากระบาย เราทำทุกอย่างเพื่อเธอ เรายอมสูญเสียคนที่มีความหมายมากๆในชีวิตสำหรับเราไปเพื่อเธอ เรายอมเพื่อเธอจะได้สบายใจ เราทำเพื่อเธอ แต่เธอเคยทำเพื่อเราบ้างมั้ย ที่ผ่านมาเธอไม่ทำเพื่อเราเราไม่ว่า แต่จากนี้ไปถ้าเธอยังเก็บเค้าไว้อีกเราบอกไว้ตรงนี้เลยว่าเราคงเกลียดเธอไปเลย
เราไม่อยากเกลียดใครนะ เราไม่ชอบความรู้สึกนี้ ความรู้สึกเวลาเราเกลียดใครสักคนเราจะขยะแขยงคนๆนั้น เราไม่อยากรู้สึกแบบนี้กับคนที่เรารัก หรือต่อไปอาจจะเป็นแค่คนที่เราเคยรัก แต่เธอรู้อะไรมั้ย ยิ่งเรารักใครสักคนมากเท่าไหร่เราก็ยิ่งเกลียดเค้ามากเท่านั้น
เราขอร้อง ถ้าเธอยังแคร์เราอยู่ ถ้าเธอยังอยากจะมีเรา เธออย่าทำเหมือนที่ผ่านๆมาอีกเลย เราขอบอกเลยว่าไม่เคยมีใครทำให้เราเจ็บได้ขนาดนี้ เราเคยเจ็บมามากเพราะความเชื่อใจคน แต่ครั้งนี้มันสุดๆเลย ถ้าเธอยังเห็นใจเรา เธอต้องเลือกเอาทางใดทางนึง ถ้าเธอยังอยากจะมีเค้าเธอก็ปล่อยเราไปซะ ขอร้องเธออย่าทำร้ายเราอีกต่อไปเลย อย่าทำให้เราต้องรู้สึกว่าเราจะไม่เชื่อใจใครอีกต่อไปแล้ว อย่าทำให้เรากลายเป็นคนที่กลัวความรัก กลัวการเริ่มต้นใหม่ ... ขอร้องเธออย่าทำลายคนที่รักเธอเลยนะ ... March 18 โหดร้าย ...เมื่อวาน (17 มีนาคม 2549) ราวๆตอนกลางคืน จู่ๆก้อยก็โทรมาบอกว่าน้องเมย์เสียแล้ว ข้ามถนนแล้วโดนรถชน ไอ้รถเหี้ยคันนั้น มันเอาชีวิตน้องกูไป ...
ไม่จริง ไม่เชื่อ ทำไมฟ้าโหดร้ายแบบนี้ น้องยังไม่รู้ผลเอ็นท์เลยนะ น้องยังเด็กอยู่เลยนะ ...
น้องเมย์เป็นเด็กดี เอาใจใส่ ชอบเทคแคร์ผู้คนรอบข้าง มีน้ำใจมากๆ ไม่น่าจากพี่ไปเร็วแบบนี้เลย บางทีก็คิดว่า พี่ยอมไปแทนนะ เอาคนไร้ค่าอย่างพี่ไปดีกว่า คนแบบพี่อยู่ไปก็รกโลก น้องเมย์เป็นคนดี ยังมีอะไรดีๆให้เจออีกเยอะ ... แต่คิดอีกแง่ก็ดีแล้วแหละที่จากนี้ไปน้องเมย์ไม่ต้องทนอยู่บนโลกที่โหดร้ายใบนี้อีกต่อไปแล้ว
วันจันทร์นี้พี่จะไปหาน้องเมย์นะ จะพาเพื่อนๆพี่ๆน้องๆในกลุ่มไปด้วย ไปกันเยอะๆเลยนะเมย์ พวกเราจะได้สนุกกันเหมือนทุกครั้งที่เจอกัน ดีมั้ย
พี่เองถ้าทำได้ก็อยากตายนะ โลกนี้มันหนักเกินกว่าที่พี่จะรับไหว แต่พี่มันยังไม่ตายซักที ยังต้องอยู่ชดใช้กรรมไปอีกนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้
วันนี้พี่ไม่อยากลงไปข้างล่างเลย พี่ลงไปแล้วใจหาย เพราะทุกครั้งที่มาพวกเราก็จะนั่งดูคลิปกันข้างล่าง กินมาม่าผัดฝีมือเมย์ มีความทรงจำเกี่ยวกับพวกเราเต็มไปหมดในบ้านหลังนี้
อืม ... พี่เข้าไปอ่านในบอร์ดมา ข้อความสุดท้ายของเมย์เหมือนเป็นลางเลยนะ
"การรอคอย ที่ไม่มีจุดหมาย
มันเป็นความ ทรมาน วันวันหนึ่ง มันช่างดู เนิ่นนาน กว่าวันแต่ละวัน จะเลยไป ดูมันนาน มันเหนื่อย จนไม่เข้าใจ มันลังเล และหมดหวัง ไม่รู้ต้องรออีกนาน แค่ไหน ไม่รู้เมื่อไหร่ ที่เราจะพบกัน จะเหลือสักกี่ปี จะเหลือสักกี่วัน ที่ชีวิตฉัน จะอยู่ ได้พบและเจอเธอ ในใจมันยังร้อนรน ในใจมันยังโหยหา ในใจมันยังทุกข์ทน เฝ้ารอเธอมา ได้แต่ถามหัวใจ เมื่อไรจะเจอกัน" พี่ขอโทษนะเมย์ ถ้าที่ผ่านมาพี่ไม่ได้ทำอะไรเพื่อเมย์ซักเท่าไหร่เลย พี่ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆที่เมย์ทำเพื่อกลุ่ม ที่เมย์ทำเพื่อพวกเราทุกคน พี่อยากบอกว่า .. พี่รักเมย์นะ
เมย์จะยังเป็นส่วนหนึ่งของพวกเรา BlaX3LV ตลอดไป เมย์จะยังเป็นส่วนหนึ่งในใจของพวกเราทุกคนตลอดไป
หลับให้สบายนะน้องรัก แล้ววันนึงเราคงได้เจอกัน ...
March 15 ฟาย!!!วันนี้ขับรถอยู่โดนตำรวจเรียกข้อหายูเทิร์นในที่ห้ามยู ... ห่าน ก้อกรุมะเห็นป้ายห้ามยู พวกกรุ 3 คน 6 ตาเหนแต่ป้ายหาเสียง แล้วอิรถคันหน้ามันก็ยู (แต่มันก็โดนจับเหมียนกัน โฮะๆ)
เออ...แล้วมันก็เดินมา ไอ้หัวปิงปองเดินมาบอกว่าขอใบขับขี่ ตอนแรกกรุไม่ห้าย บอกมานไปว่าก็มะมีป้ายห้ามยู มานก้อเถียงบอกว่ามี กรุกะน้องๆช่วยกันเถียงใหญ่เลยว่าไม่เหง มันก็บอกเอาใบขับขี่มาก่อนเดียวพาไปดูว่ามันมีป้ายห้ามยู กรุก้อห้ายมานปาย ... เมิงอยากได้ใช่มั้ย ก้อด้าย กรุจัดห้ายยยยยย (แต่แอบคิดในใจว่าแล้วเมิงกะกรูจะได้เหนดีกัน)
ให้มานเสดเปิดประตูเดินลงจากรถ ลากมานไปดูเว้ย (ห่าน วันนี้กรุเปงไรวะ เถื่อนชิหาย ช่างกล้าไปมีเรื่องกะหัวปิงปอง) มานก็ยังไม่ไป บอกว่าขอยึดใบขับขี่รถที่มันยูก่อนหน้ากรุมาก่อน ระหว่างนั้นกรุเลยเดินไปดูที่ป้าย (กันพลาดเว้ยกันพลาด) ไปดูแล้วเห็นว่ามันมีป้ายยูจริงๆแต่ป้ายหาเสียงมันบังอยู่ .. ไม่กลัวครับ เดินไปลากตำรวจมาเว้ย บอกมานว่า ก็มองไม่เห็นป้ายยูเทิร์น พี่เอารถลองไปขับทิศทางที่นู๋ขับมาดูมะ ถ้าพี่เห็นนู๋ยอมให้เขียนใบสั่งเลย
มานก้อเดินมาดูแล้วก้ออึ้ง เพราะหลักฐานมานคาตา ... ฟาย!!! มานยังมะยอมคืนใบขับขี่ให้กรุอีก กรุก้อแบบ เอี้ย!!! จะรีบพาน้องไปล้างแผลที่โรงบาล อกหักด้วย คนกะลังหงุดหงิดอยู่ เลยยื่นมือพูดกะมานว่า "เอาใบขับขี่คืนมา" พูดไปแบบไม่กลัวด้วยนะ แบบกระโชกโฮกฮากสุดๆ จนมานอึ้งเว้ย (แบบว่าน้องมาถามทีหลังว่าแกเมายาป่ะวะ ทำไมช่างกล้า 55+)
แต่มานก้อยังมะยอมยื่นให้อีก กรุ...จากหงุดหงิดกลายเป็นโมโหเว้ย บอกมานว่าพี่ไม่ให้ชิมิ ไม่ให้ก้อด้าย ง้านพี่เอาใบขับขี่ไป เด๋วนู๋จะถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน เอาไปออกทีวี พี่อยากออกทีวีช่องไหนคระ? พี่อยากได้ใบขับขี่เอาไปเลยน๊ะ แต่นู๋จะเอารูปนี้ไปให้คนทั่วประเทศดู แล้วเด๋วก็รู้ว่าใครผิดใครถูก นู๋ไม่ผิด ทำไมต้องรับใบสั่ง
มานก้อแบบกลัวเว้ย ที่จะเขียนใบสั่งก้อชะงัก กรุเหงแบบนั้นเลยได้ทีเอาใหญ่เลย ถามมานว่าพี่อยู่สน.ไหน จะเอารูปไปให้ผู้กำกับดู มานก้อบอกว่า น้องใจเย็นๆก่อนนะ น้องขับรถไปตรงซอยก่อนเด๋วพี่คืนใบขับขี่ให้ (ทีงี้พูดดีเชียวนะเมิงงงงง) กรุก้อเลยขับไปตรงซอยใกล้ๆ แล้วมานก้อเดินมายื่นใบขับขี่ให้ แล้วพูดว่าน้องต้องเข้าใจนะ เพราะปกติตรงนี้มันมีป้ายอยู่ แต่นี่ป้ายหาเสียงมาติดพี่ไม่รู้เลย (ฟาย!!!เมิงมีตาไว้คอยจับผิดหาแดกอย่างเดียวรึไงวะ สาดดดดดดดดด) พูดๆไรมะรุ แก้ตัว น่ารำคาญ กรุเลยตัดบท บอกมานว่าโอเคพี่ นู๋มะเอารูปส่งทีวีแระ มะต้องพูดไรแระ นู๋รีบพาน้องไปโรงบาล มานพูดต่ออีกเว้ยว่า น้องเข้าใจพี่นะ พี่ไม่เห็นจริงๆ กรุก้อบอก โอเคๆ ไม่ว่ากันๆ นู๋ไปก่อนนะ รีบ มานก้อแบบตะเบ๊ะเว้ย (เชี่ย ภูมิใจเหมือนกันนะเนี่ย) พอกรุขึ้นรถมานก้อช่วยโบกรถให้ (ฟาย!!! หน้ามือเปงส้นตรีนเชียวนะเมิงงงงง)
เฮ้อ~~~~~ สะจายจัง ได้ระบายแระ
ปล1. พอขับรถออกไปสักพักก้อกลับมาคิดว่า ... มะกี๊กรุทำไรลงไปวะเนี่ย เหมือนคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เลย
ปล2. นึกว่าไอ้ความบ้าแบบนี้มานหายไปนานแระ จริงๆแล้วมันยังมีอยู่ว่ะ
ปล3. มีรูปสถานที่เกิดเหตุให้ดู ฟาย!!! ใครจะไปตรัสรู้ว่ามันจะมีป้ายห้ามยูหลบอยู่หลังป้ายหาเสียงฟระ?
นี่ด้านหน้า
ป้ายยูเทิร์นมานถูกบังอยู่แบบเนี้ย ใครหน้าไหนจะไปมองเห็นวะ ฟาย!!!
ปล สุดท้าย. อยากกลับไปเป็นเหมือนเดิมจัง คิดถึงที่สุดเลยน๊ะ March 14 เก็บกดฉันเคยคิดจะถามเธอว่า ถ้าจะให้เลือกระหว่างฉันกับคนนั้นเธอจะเลือกใคร แต่ตอนนี้ฉันไม่คิดจะถามแล้วล่ะ เพราะคำตอบมันชัดเจนอยู่แล้ว สิ่งที่เธอทำมันบอกฉันได้เป็นอย่างดีแล้วล่ะ
มันเจ็บมากนะที่ได้มารู้ความจริงว่า ที่แท้แล้วคำว่าแฟนก็เป็นแค่เพียงคำที่ใช้เรียกไปอย่างนั้นเอง ได้ชื่อว่าแฟน แต่เธอกลับไปให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่า เพิ่งรู้ว่าแท้จริงแล้วฉันไม่ได้สำคัญที่สุดสำหรับเธอ ฉันแทบไม่มีความหมายอะไรเลยสำหรับเธอ
กับสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ ฉันพยายามอดทนแล้วนะ เธอบอกว่าเธอรักฉัน แต่พอฉันขอให้เธออย่าไปไหนมาไหนกับเค้าคนเก่าของเธอนั้นบ่อยๆ แทนที่เธอจะเลือกที่จะทำเพื่อฉัน ห่างจากเค้าเพื่อฉัน แต่เธอกลับถามฉันว่าฉันจะรู้สึกยังไงถ้าเธอคิดอยากจะอยู่นิ่งๆเฉยๆ มันหมายความว่าไงล่ะ เธออยากจะเลิกกับฉันเพราะฉันมันงี่เง่า ฉันมันระแวงเค้าคนนั้นของเธอ เค้าคนที่เธอให้ความสำคัญมากกว่าฉัน เค้าคนเก่าที่เธอบอกว่าไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่าเพื่อนแล้วแต่เธอเลือกที่จะเก็บเค้าไว้ แต่เธอยอมปล่อยให้ฉันไป
ฉันขอให้เธอห่างกับเค้ามากกว่านี้เธอทำให้ฉันไม่ได้ แต่เธอกลับยอมถ้าจะต้องเสียฉันไป ...
เธอบอกฉันว่า เธอเจอเค้าคนนั้นของเธอน้อยลงแล้วนะ ... อาทิตย์ละครั้ง ... มากเกินไปสำหรับฉัน
ถ้าจะเจอกันในโอกาสพิเศษ ... ฉันให้ไป
โทรคุยกัน ... ฉันไม่ว่า
มีใครที่ไหนบ้างที่เลิกกันแล้วยังจะเจอกันอีกบ่อยๆ มันคงจะไม่เป็นไรถ้าเธอไม่ได้มีใครใหม่ แต่นี่เธอมีฉันแล้ว ฉันคนที่เธอเรียกว่าแฟน แฟนกันควรจะแคร์กัน ควรจะให้ความสำคัญต่อกันไม่ใช่เหรอ แต่รู้มั้ย ทุกอย่างที่เธอทำ มันแสดงให้เห็นเลยว่าเธอแคร์เค้ามากกว่าฉัน
ฉันโทรหาเธอตอนที่เธออยู่กับเค้า ... เธอต้องออกมาคุยข้างนอก
ถ้าเธอจำเป็นต้องคุยกับฉันใกล้ๆเค้า ... เธอจะคุยแปลกไปจากที่เคย
ฉันรู้ว่าเธอแคร์เค้ามาก แล้วฉันล่ะ เธอเคยแคร์ความรู้สึกของฉันบ้างมั้ย
ผิดไหมที่ฉันไม่ยอมปล่อยเธอไป ฉันไม่อยากเลิก เธอเองก็บอกไม่อยากเลิก แต่ถ้าคบกันแล้วฉันต้องเจ็บปวดเพราะเรื่องนี้ เธอยอมให้ฉันไปดีกว่า
ทำไมล่ะ แทนที่เธอจะยอมห่างเค้าออกมาเพื่อฉัน แต่เธอไม่ทำ เธอกลับเลือกที่จะมีเค้า แต่ยอมเสียฉันไป
เธอบอกว่าตอนนี้เค้าคนเก่าของเธอก็ไปมีคนใหม่แล้ว แต่ก็ยังอยากจะเจอกันบ่อยๆอีก จะให้ฉันเข้าใจว่ายังไง จะให้ฉันสบายใจงั้นเหรอ
กับอะไรที่เธอพูดออกมา เธอรู้ไหมว่ามันทำให้ฉันไม่สามารถเหมือนเดิมได้อีกแล้ว
ฉันตอนนี้ยังรักและยังอยากมีเธอ แต่อีกใจนึงก็สับสน ฉันเป็นแฟนเธอ ฉันควรมีสิทธิ์ที่จะบอกเธอไม่ให้ไปเจอเค้าใช่มั้ย แต่รู้มั้ยว่าตอนนี้ฉันไม่กล้าทำอย่างนั้น เพราะรู้ว่ายังไงเธอก็เลือกเค้า ถ้าพูดหรือทำอะไรอย่างที่ใจคิดเหมือนที่ผ่านมาเธออาจจะทิ้งฉันไป ฉันกลัว กลัวมากๆ ทั้งๆที่ความรักของเราเพิ่งเริ่มต้น ฉันยังไม่อยากให้มันจบลง ทั้งๆที่ความรักครั้งนี้สำหรับฉันแล้วมันเริ่มต้นด้วยน้ำตา แต่ฉันพยายามปลอบใจตัวเองอยู่ตลอดว่ามันคงดีขึ้นสักวัน แต่มันไม่จริงเลย สิ่งที่ฉันทำได้ตอนนี้คืออดทน เธออยากทำอะไรก็ทำไป ฉันจะทำเป็นไม่รู้ ไม่พูด ไม่ถาม ไม่เกี่ยวข้อง แต่ฉันก็อึดอัด เหมือนมีกำแพงบางๆกั้นอยู่ระหว่างเราสองคน ฉันไม่สามารถพูดทุกอย่างออกไปได้อย่างใจคิดเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
อยากบอกว่าฉันเชื่อใจเธอนะ แต่ฉันก็บังคับให้ใจฉันไม่รู้สึกอะไรไม่ได้ทุกครั้งที่เธอไปเจอเค้า ฉันอยากอดทนเพื่อเรา อยากเข้มแข็งกว่านี้ แต่สุดท้าย ฉันทำได้แค่เก็บกดมันไว้ เจ็บปวดแค่ไหนก็คงต้องยอมทน เพราะรักเธอ ไม่อยากให้รักของเราจบลงเพราะแฟนเก่าของเธอ
ฉันอาจจะเป็นคนที่เห็นแก่ตัวในสายตาของเธอและของใครหลายๆคนนะ ฉันยอมรับ เพราะฉันพยายามทำใจกับเรื่องนี้มานานแล้ว ฉันพยายามจนถึงที่สุดแล้ว แต่ฉันก็ทำได้แค่นี้ ทำได้แค่ยอมปล่อยให้เธอไปหาเค้าแล้วตัวฉันกลับมานั่งทรมานเอง ที่ผ่านมาฉันเคยพูดความรู้สึกออกไปให้เธอได้ฟังแล้วเราก็ทะเลาะกันเพราะเรื่องนี้ทุกครั้ง แต่จากนี้ไปฉันสัญญาว่ามันจะไม่มีแล้วล่ะ ฉันจะอดทน ทำเป็นหูหนวก ตาบอด เป็นคนโง่ เป็นคนใบ้ เพื่อเธอจะไม่ทิ้งฉันไป แต่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนอย่างฉันจะทนไปได้อีกนานแค่ไหน แต่เธอไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าฉันหมดแรงลงวันไหนฉันคงล้มลงไปเองแหละ แล้ววันนั้นเรื่องทุกอย่างมันคงจบ ... ใช่มั้ย
ฉันรักเธอ อยากทำอะไรหลายๆอย่างให้เธอ มีเรื่องหลายๆอย่างที่ไม่เคยทำให้เธอ มีที่หลายๆที่ที่ยังไม่เคยไปด้วยกัน มีความฝันที่ฝันไว้ด้วยกันแต่ยังไปไม่ถึง ... ฉันยังอยากมีเธอข้างๆกาย
ฉันรู้ว่าเธอเหนื่อย ฉันเองก็เหนื่อย แต่ยังไม่อยากยอมแพ้ตอนนี้ ฉันได้แต่หวังว่า วันนึงเธอกับเค้าคนเก่าของเธอคงจะห่างกันไปเอง หรืออาจจะเป็นฉันเองที่ทำใจยอมรับได้ ได้แต่หวังว่าวันที่มีความสุขของฉันคงมาถึงสักวัน
"เรารักกันหรือเปล่า?"
March 03 ... จะเอาไงดี ...และแล้วการสอบตัวสุดท้ายก็สิ้นสุดลง ... จบซะที ชีวิตการเป็นนักศึกษาวิศวะ ABAC ...
(ถ้าสอบผ่านนะ -_-"3)
ว่าแต่ว่า ... ต่อไปช้านจะทำไงกะชีวิตดีฟระ ... ทำงานก่อนหรือเรียนต่อเลย ... มึน~~~
วันนี้ไปทำ passport ตรง Cehtral บางนามา คนเป็นล้านนนนนนนนน เห็นแล้วน่าหงุดหงิด แต่พอถึงคิวเราแล้วเข้าไปเจอพนักงานหายหงุดหงิดทันทีเลย แบบว่าพนักงานทุกคนยิ้มแย้ม ใจเย็น เป็นกันเองมากๆ มากจนทำให้เราคิดว่า นี่เค้าทำงานกันมาทั้งวันยังยิ้มได้ขนาดนี้ แล้วทำไมเรา ... กะอีเรื่องแค่นี้เราจะหงุดหงิดไปทำไม? ... บอกตรงๆว่าประทับใจจริงๆ
มะกี๊อัพ space แล้วไม่ติดเลย อุตส่าห์แพล่มเรื่อง H!P ไปตั้งเยอะ ... หมดอารมณ์แระ
เอาเป็นว่า PV ตัวใหม่ของ Morning โดนมากกกกกกกกกกกกกกกก ... Sexy Boy ~Soyokaze ni Yorisotte~ ... สาวๆทั้ง 10 ปล่อยผม อยู่ในชุดพริ้วๆคล้ายชุดนอนสีขาว ... ยิ่งหลงใหลในปู้ ญ ที่ใส่ชุดนอนพริ้วๆสีขาวแบบนี้อยู่ด้วยง่ะ ดูบริสุทธิ์ๆดี ((เขิลลลลล))
พอแระๆ เริ่มหื่นขึ้นเรื่อยๆ เดี๋ยวใครเข้ามา space นี้จะเข้าใจเราผิดหมด ... แหะๆ
อีกเรื่องนึง ตอนนี้เก้ทำเวป Hello! Project Wiki เป็นภาษาไทยแล้วนะ ดีมากๆเลย อยากให้แฟนๆทุกคนไปช่วย edit กัน http://hpwiki.kucomsci18.in.th/index.php/Main_Page
ขอจบการอัพครั้งนี้ด้วยเรื่องของความรักนะก๊ะ ... อ่านแล้วคิดว่ามันจริงป้ะ?
"มาตรวัดความรักไม่ได้วัดกันตรงที่...
ใครรักก่อน หรือ รักทีหลัง" คนที่รักมานาน . . . อาจไม่ได้รักมากกว่า และ . . . คนที่รักทีหลัง . . . อาจไม่ได้รักน้อยกว่า เพราะความรักไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาเพียงอย่างเดียว คนที่มาก่อน" รั ก ก่ อ น " วันคืนที่ผ่านมามากมายอาจไม่มีค่าไม่มีความหมายเลย ถ้าหากเพียงแค่ต้องรักไปวัน ๆ . . . หรือรักไปเหมือนกับทุก ๆ วันที่เคยรัก รักอย่างเป็นหน้าที่ . . . หรือรักเพราะเคยรัก . . . ในขณะเดียวกัน . . . กับวันคืนเพียงไม่กี่วันของคนที่มาทีหลัง . . . ก็อาจมีค่ามากเหลือเกิน ความรัก จึงไม่ได้สำคัญที่ว่ารักกันมานานแล้ว หากแต่ความรักสำคัญตรงที่ เราใช้ทุกวันให้มีค่า ให้เต็มไปด้วยความหมายแห่งรัก รักแล้ว . . . ทำสิ่งดีๆ ให้กันด้วยความเต็มใจ และกระตือรือร้น นั่นแหละจึงจะเรียกว่าความสำคัญของ “ รั ก ” ใครรักมาก หรือ รักน้อยจึงไม่ได้วัดกันที่ระยะเวลา และไม่อาจเชื่อมั่นในคนที่มาก่อน . . . หรือ ไม่อาจดูถูกคนที่มาทีหลังว่าเขาไม่มีความสำคัญ ความจริงแล้วคนที่มาที่หลังอาจสำคัญมากกว่าคนมาก่อนก็ได้ February 08 อึ้ง....เด็กชายอายุ 16 ปี คนหนึ่ง ชื่อว่า มอนตี้ คุณครูสั่งให้เขียนเรียงความ เรื่อง "โตขึ้นอยากเป็นอะไร" มอนตี้ก็เขียนบรรยายไป 7 หน้ากระดาษ ถึงความฝันของเขาที่จะเป็นเจ้าของคอกม้า พร้อมด้วยบ้านพื้นที่ 4,000 ตารางฟุต บนเนื้อที่ 200 เอเคอร์ เขาบรรยายพร้อมกับวาดแผนผังแสดงรายละเอียดไว้ทุก ๆ ส่วน แต่เมื่อเขานำไปส่งกลับได้คะแนน " F " และเรียกให้ไปพบหลังเลิกเรียน หลังเลิกเรียน มอนตี้ ก็เข้าไปพบคุณครู และถามว่า ทำไมเรียงความของเขาจึงได้ " F " ก็ได้รับคำตอบว่า สิ่งที่เขาเขียนนั้นมันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะมันต้องใช้เงินมากมาย เกินกว่าฐานะของครอบครัวของมอนตี้จะสามารถทำได้ แม้ว่ามอนตี้จะชี้แจงให้ฟังว่ามันเป็นแค่ความฝันของเขา แต่คุณครูไม่รับฟังและขอให้มอนตี้ไปเขียนเรียงความมาใหม่ โดยขอให้เขียนถึงเรื่องที่มันพอจะเป็นไปได้บ้างแล้วจะแก้คะแนนให้ มอนตี้ก็กลับบ้านและนำปัญหานี้ไปปรึกษากับพ่อของเขา ซึ่งพ่อของเขา ก็ให้คำตอบว่า เรื่องนี้พ่อคงช่วยอะไรลูกไม่ได้ มันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ ของลูกเอง แต่พ่อมีความรู้สึกบางอย่างว่า การตัดสินใจของลูกครั้งนี้ จะเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่ออนาคตของลูกอย่างแน่นอน มอนตี้ ไคร่ครวญกับเรื่องนี้อยู่เป็นสัปดาห์ ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้ เขานำเรียงความเรื่องเดิมไปส่งคุณครูพร้อมกับพูดว่า ให้คะแนน " F " กับผมก็แล้วกัน ผมจะรักษาความฝันของผมไว้ มอนตี้เล่าเรื่องนี้ให้กับผู้มาเยือนเขาฟังพร้อมกล่าวว่า ที่ผมเล่าเรื่องนี้ให้พวกคุณฟังเพราะว่าขณะนี้คุณกำลังนั่งอยู่หน้าเตาผิง ในบ้านพื้นที่ 4,000 ตารางฟุต ซึ่งตั้งอยู่กลางคอกม้าเนื้อที่ 200 เอเคอร์ และเรียงความ 7 หน้ากระดาษนั้นได้ใส่กรอบเรียงอยู่เหนือเตาพิง และเขาได้เล่าต่อว่า ที่ดีที่สุดของเรื่องนี้ก็คือ ในฤดูร้อนเมื่อสองปีที่แล้ว คุณครูคนเดิมพาเด็กนักเรียน 30 คนมาพักค้างแรมที่นี่เป็นเวลา หนึ่งสัปดาห์ ก่อนจากไปท่านพูดกับผมว่า มอนตี้ สมัยครูเป็นครู ของเธอ ครูคงเป็น นักขโมยความฝัน ครูเสียใจนะ ที่ครูได้ขโมยความฝันของเด็ก ๆ ไปตั้งมากมาย แต่ครูก็ดีใจที่เธอไม่ยอมให้ครูขโมยความฝันของเธอ " เดินไปตามความฝันของคุณอย่ายอมให้ใครขโมยมันไปได้ " February 07 ซึ้งจัง~~~ถึงคุณคนนั้น ...
- ขอโทษที่ไม่ได้อ่อนหวานเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ - ขอโทษที่กระโดกกระเดก - ขอโทษที่ใจร้อนเสมอ และต้องคอยให้เตือนเสมอ (น่าเบื่อมาก...) - ขอโทษที่ชอบร้องไห้เวลาดูหนังด้วยกัน - ขอโทษที่ไม่น่ารักและน่าทะนุถนอม - ขอโทษที่ไม่รู้จักโตสักที - ขอโทษที่ขี้ใจน้อย - ขอโทษที่ขี้งอน - ขอโทษที่ชอบพูดตรง - ขอโทษที่เคยทำร้ายจิตใจกัน - ขอโทษที่จุ้นจ้านเรื่องส่วนตัว - ขอโทษที่ขี้บ่นเหลือเกิน - ขอโทษที่รักซะมากมาย --------------------------------------------------------------------------------------------------------------- [[ตอบกลับ]]
จากคนที่รักคุณ...
- ขอบคุณครับที่ไม่อ่อนหวาน ... ผู้ชายอย่างผมจะได้แอบหวานกะเขาบ้าง
- ขอบคุณครับที่กระโดกกระเดก ... ผมจะได้มองออกว่าคุณเขิน - ขอบคุณครับที่ใจร้อน ... ผมยินดีที่จะทำให้มันเย็น (ผมไม่เคยเบื่อเลย..^_^) - ขอบคุณครับที่ร้องไห้เวลาดูหนังด้วยกัน ... ผมจะได้มีโอกาสเช็ดน้ำตาของคุณบ้าง - ขอบคุณครับที่ไม่น่ารักและน่าทะนุถนอม ... ขืนน่ารักกว่านี้ผมคงแย่งชิงกับคนอื่นอีกนานโข - ขอบคุณครับที่ขี้ใจน้อย ... มันแสดงว่าผมก็มีความสำคัญพอให้โกรธบ้าง - ขอบคุณครับที่ขี้งอน ... ผมจะได้ง้อไง แต่อย่านานนักล่ะ ผมทรมานใจนะครับ - ขอบคุณครับที่พูดตรง ... ( T_T ) ฮือๆ ผมรู้แล้วว่าผมทำกับข้าวไม่อร่อย - ขอบคุณครับที่ทำร้ายจิตใจกัน ... มันทำให้ผมได้รู้ถึงความเหนียวแน่นในความสัมพันธ์ของเราสองคนว่ามันไม่ขาดกันง่ายๆ หรอก ( ผมไม่ยอม) - ขอบคุณครับที่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของผม ... นั่นแน่!!! เป็นห่วงผมล่ะสิ - ขอบคุณครับที่... เอ๊ย!!! ไม่เอาดีกว่าข้อนี้ขี้บ่น ไม่ดีๆเหมือนยายแก่ แต่ถ้าจะเป็นจริงๆ ขอผมเป็นตาแก่นะ.. - สุดท้ายขอบคุณครับที่เข้ามาในชีวิตผม ... ขอบคุณที่ทำให้ผมพูดเลียนแบบหนังเรื่อง As good as it get “คุณทำให้ผมอยากเป็นผู้ชายที่ดีกว่านี้“ - ขอบคุณที่ทำให้ผมรู้ความหมายของคำว่า You complete Me โดยไม่ต้องเปิด Dictionary - ขอบคุณที่อยู่เพื่อให้ผมรัก --------------------------------------------------------------------------------------------------------------- January 27 ...รักแท้...... เช้าวันหนึ่ง..ที่โรงพยาบาล...
"ขอให้ชั้นดูหน้าลูกหน่อย..ได้มั๊ยคะ" คุณแม่คนใหม่เอ่ยขึ้น.. เมื่อห่อผ้าน้อย ๆ ..อยู่ในอ้อมกอดเธอ เธอค่อย ๆ คลี่ผ้าที่ห่อออก.. เพื่อมองใบหน้าเล็ก ๆ .. กรี๊ดดดด!!!!.....เธอกรีดร้อง หมอต้องอุ้มเด็ก..ออกไปอย่างรวดเร็ว เด็กทารกที่เกิดมา...ไม่มีใบหู และแล้ว....กาลเวลาพิสูจน์ว่า.... การได้ยินของเจ้าหนู..ไม่มีปัญหา ปัญหา..มีเฉพาะสิ่งที่มองเห็นภายนอก คือ....ใบหูที่หายไป หลายครั้ง..ที่เจ้าหนูกลับจากโรงเรียน แล้ววิ่งมาบอกแม่ เธอรู้ว่า..หัวใจลูกปวดร้าวแค่ไหน... เจ้าหนูพูดโพล่งออกมา..อย่างน่าเศร้า "พวกเด็กตัวโต ..พวกมันล้อผมว่า .. --ไอ้ตัวประหลาด--" จนกระทั่ง... เจ้าหนูเติบโตขึ้น..หล่อเหลา.. เป็นที่รักของเพื่อน ๆ.. เค้ามีพรสวรรค์ ในด้านอักษรศาสตร์.. วรรณคดี..และดนตรี.. เค้าอาจได้เป็นหัวหน้าชั้น ... แต่เพราะเจ้าสิ่งนั้น... ทำให้เค้า..ไม่อยากเจอใคร "ลูกต้องพบปะกับผู้คนบ้างนะลูก" แม่กล่าว..ด้วยความสงสารลูก พ่อของเด็กชาย.. ปรึกษากับหมอประจำครอบครัว และได้รับข่าวดีจากหมอว่า... "ผมสามารถปลูกถ่ายใบหูได้ครับ ถ้ามีผู้บริจาค..แต่ใครล่ะ.. จะเสียสละใบหู..เพื่อเด็กน้อยคนนี้" คุณ หมอกล่าว จนกระทั่ง ...2 ปีผ่านไป พ่อบอกกับลูกชาย.. "ลูกเตรียมตัวไปโรงพยาบาลนะ พ่อกับแม่..หาคนบริจาคใบหู ที่ลูกต้องการได้แล้ว... แต่นี่เป็นความลับ" การผ่าตัด..สำเร็จด้วยดี และแล้ว...คนคนใหม่ก็เกิดขึ้น.. ....เค้ากลายเป็น..ผู้มีพรสวรรค์... เป็นอัจฉริยะในโรงเรียน...ในวิทยาลัย จนเป็นที่กล่าวขานกัน ..รุ่นต่อรุ่น ต่อมาได้แต่งงาน... และทำงาน.. เป็นข้าราชการในสถานทูต วันหนึ่ง.. ชายหนุ่มถามผู้เป็นพ่อว่า.. "พ่อครับ.. ใครเป็นคนมอบใบหูให้ผมมา ใครช่างให้ผมได้มากมาย.. แต่ผมไม่เคยทำอะไร.. เพื่อเค้าได้เลยสักนิด" "พ่อไม่เชื่อว่า.. ลูกจะตอบแทนเค้าได้หมดหรอก.. เรื่องนี้..เป็นความลับ เราตกลงกันแล้ว" พ่อตอบ.. หลายปีผ่านไป.... มันยังคงเป็นความลับ และแล้ว..วันนึง..วันที่มืดมิดที่สุด.. ผ่านเข้ามา..ในชีวิตของลูกชาย แม่เค้าได้เสียชีวิตลง.. เค้ายืนข้าง ๆ พ่อ... ใกล้หีบศพของแม่ พ่อเรียกเค้า.. "มานี่สิลูก..มานั่งใกล้ ๆ นี่" พ่อลูบผมแม่อย่างช้า ๆ..และนุ่มนวล ผมสีน้ำตาลแดง..ถูกเสยขึ้น จนมองเห็นใบหน้า.. ที่มองดูเหมือนคนนอนหลับ ...และแล้ว.. สิ่งที่ทำให้ลูกชาย..ถึงกับต้องตะลึง.. ...ใบหูของแม่...หายไป!.. แม่ไม่มีใบหู... "นี่เป็นคำตอบ.. ที่ลูกอยากรู้มาตลอดชีวิต"... พ่อกระซิบผ่านลูกชาย "แม่บอกพ่อว่า..เธอดีใจ.. ที่ได้ทำอย่างนี้..ตั้งแต่วันผ่าตัด.. แม่ไม่เคยตัดผมอีกเลย.. ไม่มีใคร..มองเห็นว่า.. เธอไม่สวยจริงมั๊ย? - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - จงจำไว้.. ~สิ่งมีค่า..ที่แท้จริง~ ไม่ได้อยู่ที่..การมองเห็น.. หากแต่อยู่ที่.. ~สิ่งที่เรา..มองไม่เห็น~ - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - ~ความรัก..ที่แท้จริง~ ไม่ได้อยู่ที่.. เราได้ทำอะไร.. แล้วมีคน..รับรู้.. หากแต่อยู่ที่.. สิ่งที่เรา..กระทำ..แล้วไม่มีใคร..รับรู้ .. - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - ~ความรัก~ บางครั้ง.. ไม่จำเป็น.. ต้องพูดพร่ำเพรื่อ.. หากแต่อยู่ที่....การกระทำ.. ซึ่งเรา..อาจรับรู้.. เพียงแค่..ฝ่ายเดียว.. - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - |
|
|